สมัครตัวแทน คลิกเลยค่ะ

ลดน้ำหนัก ปู ไปรยา ดีท้อกซ์ บล๊อก เบริ์น ลด ปลอดภัย เปิดรับตัวแทนรุ่นแรก ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง · ตัวใหม่ ไฉไลกว่าเดิม · เปิดจองสิทธิ์เพียง 300บาท ทักมาค่ะ

Friday, August 3, 2018

Starbucks จับมือกับ Microsoft เตรียมให้ลูกค้าจ่ายค่ากาแฟเป็น Bitcoin ได้

Starbucks จับมือกับ Microsoft เตรียมให้ลูกค้าจ่ายค่ากาแฟเป็น Bitcoin ได้


ดูเหมือนว่า Starbucks กำลังเริ่มก้าวเข้ามาในโลกของคริปโตแล้ว

บริษัทด้านร้านกาแฟระดับโลก Starbucks จับมือกับบริษัทด้าน software ยักษ์ใหญ่ Microsoft, บริษัทด้าน exchange ระดับโลก Intercontinental Exchange และบริษัทอื่นอีกมาก เพื่อร่วมกันพัฒนาแพลทฟอร์มดิจิทัลที่จะให้ผู้ใช้งานสามารถจ่ายค่าเครื่องดื่มเป็น Bitcoin และ cryptocurrency ตัวอื่น ๆ ได้ที่ Starbucks

แพลทฟอร์มดังกล่าวจะมีชื่อว่า Bakkt โดยลูกค้าทั่วไปและแบบสถาบันจะสามารถซื้อ, ขาย, เก็บ และจ่าย cryptocurrency บนแพลทฟอร์มดังกล่าวนี้ได้ ซึ่งจะเปิดให้ใช้งานได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยแพลทฟอร์มที่ว่านี้จะสามารถแปลง Bitcoin และเหรียญคริปโตอื่น ๆ เป็นสกุลเงินดอลลาร์ เพื่อนำไปซื้อกาแฟที่ Starbucks ได้

นาง Maria Smith รองประธานของฝ่าย partner และ payment ของ Starbucks กล่าวว่า

“ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านการค้าปลีกนั้น ทาง Starbucks มีส่วนสำคัญในด้านการพัฒนา application ที่สามารถไว้ใจได้ และถูกกฎหมายสำหรับผู้บริโภค เพื่อที่จะแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลของพวกเขาให้มาเป็นสกุลเงินดอลลาร์ได้ที่ Starbucks”

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนเคยรายงานไปแล้วเมื่อปี 2016 ว่าผู้ที่ต้องการจะชำระค่ากาแฟเป็น Bitcoin นั้นจะต้องใช้แพลทฟอร์มแบบ 3rd party อื่น ๆ อย่างเช่น iPayYou เท่านั้น ซึ่งการเคลื่อนไหวในครั้งนี้สอดคล้องกับการที่ผู้บริหารระดับสูงของ Starbucks นาย Howard Shultz เคยออกมากล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่าทาง Starbucks อาจจะใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการพัฒนาแอพสำหรับจ่ายเงินซื้อกาแฟ

“ผมคิดว่าเทคโนโลยี blockchain นั้นอาจจะเป็นเสมือนรางรถไฟที่จะเชื่อมต่อแอพ Starbucks เข้ากับมัน”

กล่าวโดยนาย Howard Shultz ในขณะนั้น

ที่มา CNBC

By Beam

จะเป็นอย่างไร เมื่อการขุด Bitcoin เป็นมากกว่าการลงทุน ?

จะเป็นอย่างไร เมื่อการขุด Bitcoin เป็นมากกว่าการลงทุน ?


เป็นที่ทราบกับดีว่าการขุดคริปโตนั้นถือเป็นกระดูกสันหลังของ Cryptocurrency ในสกุลหลัก ๆ เลยก็ว่าได้ เนื่องจากมันถือเป็นกลไกหนึ่งในเทคโนโลยี Blockchain ที่ทำให้เงินดิจิทัลสกุลนั้น ๆ สามารถทำการธุรกรรมได้อย่างถูกต้องและมีความน่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา เริ่มมีข้อกังขาว่าเครื่องขุดคริปโตนั้นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าไรนักในแง่อื่น ๆ เนื่องจากมันมีต้นทุนที่สูง และกินพลังงาน พร้อมทั้งสร้างมลภาวะต่อโลกของเราเป็นอย่างมาก ทำให้เริ่มมีแนวทางต่าง ๆ ออกมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น ระบบ Proof-of-stake ที่ไม่มีการขุดเกิดขึ้น และใช้การ Stake เหรียญเพื่อยืนยันธุรกรรมในเครือข่ายแทน
ล่าสุด ได้มีข่าวออกมาว่า บริษัท Canaan Creative จะเปิดขายโทรทัศน์ที่สามารถขุด Bitcoin ได้เร็ว ๆ นี้ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในโลกที่มีนักขุดสามารถดูโทรทัศน์ไปได้ และขุด Bitcoin เพื่อหารายได้ในเวลาเดียวกัน

อนาคตของวงการคริปโต


เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึง วิวัฒนาการและความเป็นไปได้ของวงการคริปโตที่สามารถพัฒนาไปต่อได้อีกไกล ลองจินตาการในอนาคตอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้าที่การใช้ Cryptocurrency และ Blockchain ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น และกลายเป็นเรื่องปกติเช่นอินเทอร์เน็ต
เมื่อเราทำการใช้งานอุปกรณ์ใด ๆ ก็ตาม เราจะได้รับโทเคนกลับมาเป็นการตอบแทน ยกตัวอย่างเช่น รถมีเครื่องขุดคริปโตติดอยู่ในเครื่องยนต์ ทำให้เมื่อเราอนุญาตให้เราบริษัทเจ้าของรถสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับยานยนต์ของเรา และเมื่อเารทำการขับขี่มัน เราจะได้รับการตอบแทนเป็นโทเคนกลับมาเข้า Wallet เราโดยตรง ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดต่าง ๆ ได้เช่น นำโทเคนไปแลกบริการซ่อมรถ, ต่อประกัน หรือซื้ออะไหล่ใหม่เป็นต้น
ในอนาคต Blockchain และ Cryptocurrency จะทำให้เรามีอำนาจในข้อมูลของเรามากยิ่งขึ้น และสามารถเลือกได้ว่าจะให้ข้อมูลของเรากับใคร พร้อมทั้งสามารถสร้างผลประโยชน์จากมันได้ด้วย ระบบต่าง ๆ จะกระจายอำนาจมากไปสู่ผู้ใช้มากขึ้น

มากกว่าการลงทุน


ปัจจุบัน การที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้าสู่วงการคริปโตนั้น เกิดจากพวกเขาต้องการที่จะทำกำไรโดยการลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ในอนาคตด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จะทำให้มันกลายเป็นมากกว่าเครื่องมือในการลงทุน แต่มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนไปเลย เช่นเดียวกันการที่ตอนแรก มือถือเป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารกันเท่านั้น แต่เมื่อมันพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ มันกลายเป็นสิ่งที่คนเราไม่สามารถขาดได้ในชีวิตประจำวันเลย และผู้เขียนเชื่อว่าในอนาคตคริปโตจะเข้ามามีผลกระทบเช่นเดียวกันกับที่มือถือ





ถ้าโลกใบนี้ใช้แต่สกุลเงิน Bitcoin จะเป็นเช่นไร ?

ถ้าโลกใบนี้ใช้แต่สกุลเงิน Bitcoin จะเป็นเช่นไร ?


ปัจจุบัน Cryptocurrency กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก และหลาย ๆ ประเทศก็เริ่มสกุลเงินคริปโตหรือเหรียญราชาอย่าง Bitcoin เป็นที่เรียบร้อย แต่ในปัจจุบันในหลาย ๆ ประเทศก็ยังไม่ยอมรับ และ Bitcoin อาจพิจารณาว่าเป็นสิ่งผิดกฏหมายอีกด้วย…
เรามาลองจินตนาการกันว่า ถ้าโลกใบนี้ใช้แต่สกุลเงิน Bitcoin ในการแลกเปลี่ยนหรือใช้บริการจะเป็นอย่างไร

ความโปร่งใส


เราอาจจะเห็นข่าวโกง หรือการหลอกลวงอยู่บ่อย ๆ ในการใช้สกุลเงินทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการโอน แบงค์ปลอม หรืออื่น ๆ
แต่ถ้าเป็น Bitcoin นั้นจะตัดปัญหาเรื่องการถูกหลอกออกไป เพราะว่าด้วยระบบ Blockchain จะเข้ามาแก้ปัญหาในส่วนนี้ และทุกคนสามารถตรวจสอบธุรกรรมได้

ระยะเวลาและค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม


เมื่อปลายปี 2017 หลาย ๆ คนอาจประสบปัญหาในการทำธุรกรรม เพราะว่ามีจำนวนการทำธุรกรรมมหาศาลในช่วงที่ราคา Bitcoin พุ่งสูงนั่นเอง
ในปัจจุบันนั้น ถ้าเราอยากทำธุรกรรมที่รวดเร็ว เราต้องอัดฉีดค่าธรรมเนียมในการทำให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรม และถ้าทุกคนคิดเหมือนกัน ก็จะทำให้ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมนั้นมหาศาลนั่นเอง
แต่ถ้าในอนาคตเทคโนโลยี Lightning Network เข้ามาหรือใช้ได้แล้วละก็ ปัญหาระยะเวลาในการทำธุรกรรมก็อาจหมดไปเลยก็เป็นได้ ผู้ใช้งานทั้งหลายก็จะมีความสุข

ราคา


อ้างอิงจากบทความ หาก Bitcoin ถูกขุดขึ้นมาจนหมด อะไรจะเกิดขึ้น ? กล่าวว่ากว่า Bitcoin จะถูกขุดหมดต้องใช้เวลาประมาณ 140 ปี ถึงตอนนั้นพวกเราอาจเกิดและตายสองสามรอบแล้วก็เป็นได้
Bitcoin มีจำนวนจำกัดแค่ 21 ล้าน BTC เท่านั้น และถ้า Demand มากกว่า Supply แล้วละก็ คาดว่าราคา Bitcoin อาจมีราคาสูงมากเช่นกัน แต่ไม่อาจคาดคะเนราคาได้

สรุป

ในอนาคตอาจยังสรุปไม่ได้ว่า ถ้าใช้แต่สกุลเงิน Bitcoin จะเป็นเช่นไร แต่เชื่อว่าจะช่วยในเรื่องความโปร่งใส ความสะดวกในการใช้งาน อย่างแน่นอน





สุขภาพสั้นๆ : ทำไม? อาหารมื้อเย็นจึงเป็นมื้อเจ็บป่วย | นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์

สุขภาพสั้นๆ : ทำไม? อาหารมื้อเย็นจึงเป็นมื้อเจ็บป่วย | นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์



















5 ข้อห้ามทำ เพื่อป้องกันและบำบัดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) | นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์

5 ข้อห้ามทำ เพื่อป้องกันและบำบัดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) | นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์











นาย Bart Smith กล่าว “สถาบันการเงินจะเข้าสู่วงการคริปโต หากมีกฎหมายที่เหมาะสม”

นาย Bart Smith กล่าว “สถาบันการเงินจะเข้าสู่วงการคริปโต หากมีกฎหมายที่เหมาะสม”


ในวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา นาย Bart Smith หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ Susquehanna ได้กล่าวในช่วง Fast Money ถึงสถานการณ์ในตลาดคริปโต และอะไรคือสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นก่อนที่สถาบันการเงินต่าง ๆ จะเริ่มเข้าลงทุนใน Bitcoin
นาย Smith ได้ระบุว่า ปริมาณการเทรด Bitcoin ในสหรัฐฯ ได้เพิ่มกลับมาเป็น 400 ล้านดอลลาร์ต่อวัน พร้อมทั้งปริมาณการซื้อขายสัญญา Futures ของ CME และ CFE เพิ่มเป็น 400 ล้านดอลลาร์เช่นกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องปกติ
ก่อนหน้านี้ Susquehanna ได้มีมุมมองว่า Bitcoin จะเข้าสู่ตลาดกระทิงในปีนี้ ถึงแม้ว่าในช่วงแรก ๆ จะอยู่ในขาลงก็ตาม ในขณะนั้น นาย Smith ได้กล่าวว่า:
“เราเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้ และสินทรัพย์ชนิดนี้จะเปลี่ยนแปลงระบบการเงินไปตลอดกาล และเราเชื่อว่ามันจะคงอยู่ไปตลอดกาล”
ตั้งแต่ที่เขากล่าวในขณะนั้น ตลาดกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกรอบจนกระทั่ง ETF ของสองพี่น้อง Winklevoss ถูกปฏิเสธเป็นครั้งที่สองในไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนหลาย ๆ คนเริ่มเกิดความหวั่นใจ สำหรับตัวเขาเอง การที่ Bitcoin จะกลับเข้าสู่ตลาดกระทิงได้นั้น “ต้องมีกฎหมายที่เหมาะสม”
เขาสรุปว่า ปัจจุบันทุก ๆ คนกำลังเร่งรีบจนเกินไป:
“ทุก ๆ คนต้องการกฎหมายที่เหมาะสมตอนนี้และเดี๋ยวนี้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่ามันคือเรื่องในระยะยาว และผมคิดว่า หลาย ๆ สิ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ ยังคงมีผู้คนคอยหาโอกาสอยู่ตลาดเวลา เราจะเห็นวงการคริปโตของเราจะได้รับการยอมรับจากสถาบันต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ ”

เว็บเทรด BitBay ร่วมมือกับบริษัท Blockchain ของเยอรมัน เปิดเทรด Token ด้วยสกุลเงิน Fiat

เว็บเทรด BitBay ร่วมมือกับบริษัท Blockchain ของเยอรมัน เปิดเทรด Token ด้วยสกุลเงิน Fiat


อ้าวอิงจากงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา เว็บเทรดคริปโต BitBay ได้ร่วมมือกับบริษัท Berlin-based blockchain-powered ของประเทศเยอรมันนี เพื่อที่จะเปิดการระดมทุนแพลตฟอร์มใหม่ ที่ชื่อว่า “Neufund” ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้ ได้เปิดให้บริการซื้อขาย Token ด้วยสกุลเงินทั่วไปอีกด้วย
จุดประสงค์หลัก ๆ ในการสร้างแพลตฟอร์ม Neufund นี้ขึ้นเพื่อที่จะเปลี่ยนหลักทรัพย์ให้เป็น โทเคน ซึ่งทางบริษัทก็ได้นำบริษัท Toronto-based firm Polymath เข้ามาทำการศึกษาข้อมูลและทำวิจัยแพลตฟอรต์นี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมจุดประสงค์ที่ได้สร้างขึ้น ซึ่งบริษัท Polymath คาดว่าภายในปี 2020  ตลาด Security token จะมีมูลค่าถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์
ทาง Neufund เชื่อว่า หลักทรัพย์โทเคนนี้ จะสร้างสภาพคล่องที่จำเป็นต่อการลงทุนสินทรัพย์ทั้งในแบบคริปโตหรือแบบทั่วไปก็ตาม
การร่วมมือกับ BitBay ครั้งนี้ เป็นไปตามแบบแผนการร่วมมือล่าสุดของ Neufund กับ เว็บเทรดระดับโลก อย่าง Binance และตลาดหุ้น Malta ที่สำเร็จไปด้วยดี นอกจากนั้นจะมี 7 บริษัท   จาก 5 ประเทศ จะเข้ามาเปิด Equity Token Offerings หรือ ETOs กับ Neufund อีกด้วย
อ้างอิงจากคำแถลงการณ์ของบริษัทกล่าวว่าการร่วมมือของ BitBay กับ Neufund จะเป็นการร่วมมือกันครั้งแรก ที่จะทำให้บริษัทต่าง ๆ สามารถชำระโทเคน หรือทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้วยเงินสกุลทั้่วไป เช่นเดียวกับเว็บเทรดคริปโต ที่มีคู่เทรดสกุลเงิน ยูโร, ดอลลาร์และ ซโลว์ทิ โปลิชท์
ซึ่ง ETOs ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นวิธีการระดมทุนแบบใหม่ ที่ให้สิทธิกับทุกบริษัท ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับ Blockchain  และทาง Neufund ได้กล่าวว่า โปรเจกต์ ETOs นี้ เป็นการรวมเอาของดีและข้อได้เปรียบ ของ Initial Public Offerings (IPOs), Initial Coin Offerrings (ICOs) และ กองทุนร่วมทุน เข้าด้วยกัน
เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา BitBay ถูกบังคับให้ย้ายบริษัทจาก Poland ไปที่  Malta เพราะว่าธนาคารท้องถิ่นที่ได้ร่วมมือกับทางเว็บเทรด ได้ระงับการทำธุรกรรมต่าง ๆ  เนื่องจากการออกกฏหมายใหม่ เกี่ยวกับ Cryptocurrencyจากทางรัฐบาล  Poland ที่ได้ส่งผลกระทบอย่างมาก ต่อการระบบการทำงานและข้อตกลงระหว่างทางธนาคารและทางเว็บ BitBay นอกจาก BitBay ก็มีเว็บเทรดใหญ่หลาย ๆ แห่ง เช่น OKEx และ Binance ที่ได้ย้ายบริษัทไปที่ Malta เช่นกัน

Walmart จดสิทธิบัตรในการใช้ Blockchain ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะ

Walmart จดสิทธิบัตรในการใช้ Blockchain ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะ


วันที่สองสิงหาคมที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ นาม Walmart ได้ยื่นจดสิทธิบัตรอีกฉบับที่อธิบายถึงอุปกรณ์การจัดการแบบอัจฉริยะโดยใช้เทคโนโลยี Blockchainในการบริหาร
สิทธิบัตรดังกล่าวแสดงถึงระบบและวิธีการจัดการอุปกรณ์แบบอัจฉริยะเช่น Desktop และ Server, ตู้ Kiosk หรืออุปกรณ์พกพาอื่น ๆ เช่นอุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ
ในเอกสารระบุว่าผู้ใช้งานสามารถเก็บ Private Keys ผ่านอุปกรณ์ Wearable ทั้งหลายได้เพื่อเอาไว้ใช้ยืนยันธุรกรรม โดยได้ยกตัวอย่างในการใช้งานก็คือตู้ Kiosk ที่รับสินค้าจาก Drone นั่นเอง
ด้วยระบบนี้จะอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดระดับการเข้าถึงและควบคุมตู้ Kiosk รวมไปถึงความสามารถที่จะยอมรับหรือปฏิเสธสินค้าได้อีกด้วย
สิทธิบัตรนี้จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมให้กับ Smart Home ซึ่งระบบนี้จะช่วยจัดการสภาพแวดล้อมในบ้านไม่ว่าจะเป็นการผลิตพลังงานไฟฟ้า, สุขภาพและอื่น ๆ
Walmart ได้รุกตลาดโดยการใช้เทคโนโลยี Blockchain เข้ามาช่วยเหลือเป็นประจำ เพราะช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาทาง Walmart ได้ยื่นจดสิทธิบัตรอย่างมากมายเช่นสิทธิบัตรด้าน Blockchain เพื่อปรับปรุงการรับส่งสินค้าให้ดียิ่งขึ้น หรือ จดสิทธิบัตรเกียวกับระบบการส่งสินค้าแบบอัตโนมัติ